การบวชเนกขัมมะเป็นปฏิปทาข้อปฏิบัติที่สำคัญสำหรับผู้มีจิตใจเห็นโทษ
๒.๑.๒ ความสำคัญของการบวชเนกขัมมะ
การบวชเนกขัมมะเป็นปฏิปทาข้อปฏิบัติที่สำคัญสำหรับผู้มีจิตใจเห็นโทษ หรือเบื่อหน่าย
ในเรื่องของกามคุณ และโทษแห่งการอยู่ครองเรือน ที่ยังต้องเกี่ยวข้องกับกามคุณ และอกุศลกรรม
ต่างๆ นานัปการ เบื้องต้นจึงต้องพรากกายของตนให้ออกห่างหลีกไปจากสิ่งยั่วยุ โดยการออกบวช ซึ่ง
เป็นข้อปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ก็บำเพ็ญเนกขัมมะบารมีคือการออกบวช ดัง
มีรายละเอียดการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศใน ๑๐ชาติสุดท้ายเมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ๑๐ ประการคือ ทาน
บารมี ศีลบารมี เนกขัมมะบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตา บารมี และอุเบกขาบารมี รวมเรียกว่าบารมี ๑๐ ประการ ซึ่งเรียงตามที่บำเพ็ญใน ๑๐ ชาติสุดท้ายได้
ดังนี้ Read the rest of this entry »
หลักในการพิจารณาในการบำเพ็ญศีลบารมี
๒. หลักในการพิจารณาในการบำเพ็ญศีลบารมี มีดังนี้
ด้วยเหตุที่พระโพธิสัตว์ทรงเห็นโทษของการไม่มีศีลว่า “สัตว์โลกที่เดือดร้อนด้วยกิเลส
ทั้งหลาย เพราะไม่มีเกราะเครื่องป้องกันคือ ศีล มีแต่คนที่ไม่มีศีลเป็นส่วนมาก และการที่ไม่บำเพ็ญ
ศีลบารมีนี้แหละทำให้ไม่อาจอยู่เป็นสุขในชาติปัจจุบันและชาติอนาคตข้างหน้า ทำให้ไม่ได้สิ่งที่
ปรารถนา มีแต่ได้รับการติเตียน ขาดสติสัมปชัญญะ ไม่มีมิตร เข้ากับผู้ที่มีศีลก็เก้อเขิน จะเป็น
บัณฑิตได้อย่างไร จะบรรลุคุณธรรมในการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างไร จะพาสัตว์ให้พ้น
จากทุกข์ได้อย่างไร”
พระโพธิสัตว์ทรงเห็นอานิสงส์ของศีลว่า “ธรรมดาชื่อว่าศีลเป็นน้ำล้างมลทินอันเศร้า
หมอง คือ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น ที่ไม่สามารถถูกกำจัดได้ด้วยแก่นจันทร์เหลือง ศีลเป็น
เครื่องประดับอันวิเศษของคนดีทั้งหลาย มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสารทิศและเหมาะทุกกาล มีอำนาจ
อย่างยิ่งเพราะนำมาซึ่งคุณธรรมทั้งหลายและเทวดาทั้งหลายบูชากราบไหว้ เป็นบันไดก้าวสู่เทวโลก Read the rest of this entry »
ด้วยเหตุที่พระโพธิสัตว์ทรงเห็นโทษของโมหะความหลง
ว่า “ที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกามภพ รูปภพ อรูปภพนี้ เพราะความไม่รู้ว่าการเกิดเป็นทุกข์ จึงแสวงหาการเกิดอยู่ และการทำธุระอะไรถ้าขาดปัญญาเสียการงานเหล่านั้นก็ไม่อาจสำเร็จได้เลย ยิ่งการให้ทานรักษาศีล เจริญภาวนาขาดปัญญาไม่ได้เลย เพราะถ้าขาดปัญญาเสียแล้ว กิเลสทั้งหลาย มีตัณหา ทิฏฐิ เป็นต้น ก็เข้าไปอาศัยกุศลธรรมเหล่านั้นก็ไม่บริสุทธิ์ ยิ่งผู้ที่จะเป็นผู้นำพาผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์เสียแล้ว จะขาดปัญญามิได้เลย”
พระโพธิสัตว์ทรงมองเห็นอานิสงส์ของปัญญาว่า “ทานจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ศีลจะ
บริสุทธิ์ก็ด้วยปัญญา ภาวนาจะบริสุทธิ์ก็ด้วยปัญญา กิเลสทั้งหลายจะหมดก็ด้วยปัญญา กำลังอะไร
จะเสมอด้วยกำลังของปัญญา เพราะไม่มีบุคคลหมู่ใดไม่ต้องการมีปัญญา ฉะนั้น พึงสั่งสมปัญญา
บารมีเถิด เพราะปัญญาเป็นอาวุธในการกำจัดกิเลสทั้งหลาย ดังท่านตรัสว่าแสงสว่างเสมอด้วย
ปัญญาไม่มี การได้มาซึ่งสัพพัญญุตญาณก็ต้องอาศัยปัญญา และปัญญาย่อมนำมาซึ่งคุณวิเศษทั้ง
ปวง” นี้เป็นหลักในการพิจารณาปัญญาบารมี Read the rest of this entry »
พระโพธิสัตว์ทรงเห็นโทษของการไม่อดกลั้นต่อความโกรธว่า
ด้วยเหตุที่พระโพธิสัตว์ทรงเห็นโทษของการไม่อดกลั้นต่อความโกรธว่า “ความโกรธ
ย่อมทำให้สัตว์ทั้งหลายทะเลาะกัน ทำให้โลกพินาศ สัตว์ทั้งหลายเข่นฆ่าก็เพราะความโกรธ เป็น
เหตุให้เพื่อนต้องแตกจากเพื่อน ญาติต้องแตกจากญาติ สัตว์ทั้งหลายต้องเร่าร้อนอยู่เป็นนิตย์ เป็น
เหตุแห่งทุกข์ และเป็นเหตุนำมาซึ่งโรคต่างๆ ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของอกุศลธรรมทั้งปวง ทำให้จิต
สับส่ายไม่มั่นคง เป็นที่พึ่งของตนเองไม่ได้ บัณฑิตทั้งหลายติเตียนผู้มักโกรธ ความโกรธนั้นเป็น
เหตุนำมาซึ่งทุกข์ทั้งปวง เพราะความประมาทเป็นเหตุ”
พระโพธิสัตว์มองเห็นอานิสงส์ของขันติว่า “ผู้มีความอดทนเป็นผู้ที่ควรแก่การงาน
ทั้งหลาย ทำให้ฝ่าฟันอุปสรรคที่คอยขัดขวาง เป็นผู้ควรแก่การบรรลุธรรม เป็นธรรมมีอุปการะต่อ
การปฏิบัติอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสทั้งปวง เป็นคุณธรรมที่สามารถข่มอารมณ์ ที่น่าปรารถนาและ
ไม่น่าปรารถนา เป็นคุณธรรมดุจแผ่นดินที่รองรับสิ่งทั้งปวง และนำมาซึ่งผลคือ พระสัมมาสัมโพธิ
ญาณ ขนสรรพสัตว์ให้ออกจากทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิด” นี้เป็นหลักในการพิจารณาขันติบารมี Read the rest of this entry »
ที่พระโพธิสัตว์เห็นโทษของบุคคลผู้ขาดเมตตาทั้งหลายว่า
“ธรรมดาบุคคลใน
โลกนี้ถ้าหากว่าไม่มีความกรุณาปราณีต่อกันและกัน ย่อมเป็นเหตุให้เกิดความอิจฉาริษยา เกลียดกัน
และกัน ความเป็นมนุษย์ก็เริ่มเลือนหายไปจากใจ ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ความมีน้ำใจที่เกื้อกูลต่อกัน
ก็เลือนหาย บุตรธิดาทั้งหลายไม่เคารพมารดาบิดา ศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ สังคมทุกชนชั้นอยู่อย่าง
เดือดร้อนและวุ่นวาย เพราะขาดคุณธรรมที่ค้ำจุนโลก คือ เมตตา”
พระโพธิสัตว์ทรงมองเห็นอานิสงส์ของเมตตาว่า “ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันและ
กันนำสุขมาให้แก่สัตว์โลก ความเป็นอยู่ก็อยู่อย่างปลอดภัยไร้ความกังวล ไม่หวาดกลัวต่อภัย
ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายเป็นมิตรซึ่งกันและกัน ทุกคนมีความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจ ทำให้โลกน่าอยู่
เพราะคุณธรรมคือเมตตาเป็นเหตุให้ทำกุศลธรรมได้ง่ายและนำมาซึ่งคุณวิเศษต่างๆ และความเมตตา
นี้จึงทำให้มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น มีมหากรุณาธิคุณต่อสัตว์ทั้งปวง” นี้เป็นหลักในการพิจารณาเมตตา
บารมี Read the rest of this entry »
